สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
Office of the National Security Council
Office of the National Security Council
NSC e-Services บริการออนไลน์
NSC e-Services
บริการออนไลน์
นายฉัตรชัย บางชวด
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
NEWS & EVENTS
ข่าวประชาสัมพันธ์
- ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
- กิจกรรมผู้บริหาร
- การขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง
- แถลงการณ์
- บทความและจดหมายข่าว
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานอื่น
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์กับความมั่นคง
Written on
เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์กับความมั่นคง” ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีนายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับทิศทางความมั่นคงไซเบอร์และ AI ของไทย ทั้งนี้ การสัมมนาฯ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง เกี่ยวกับพัฒนาการของ AI ทิศทางการกำกับดูแลระดับสากล การประยุกต์ใช้ในกิจการทางทหาร ตลอดจนภูมิทัศน์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดลำดับความสำคัญเชิงนโยบาย และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการกำกับดูแล AI ในมิติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่อไป โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ วิทยากรจากภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว
กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ พลเอกสุพจน์ มาลานิยม หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุม พลเอก จิร วิชิตสงคราม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้รับทราบผลการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ อีกทั้ง รับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเด็นความมั่นคงตามกลุ่มภารกิจงาน โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มภารกิจความมั่นคงภายในประเทศ และภาวะวิกฤต ๒) กลุ่มภารกิจภูมิรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ ๓) กลุ่มภารกิจพิจารณาสถานการณ์และประเด็นที่มีความเร่งด่วน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาประเด็นความมั่นคงที่เสนอโดยคณะที่ปรึกษาฯ ตามกลุ่มภารกิจ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา และประเด็นความมั่นคงที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน อาทิอาชญากรรมข้ามชาติ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามและภัยพิบัติ และการต่างประเทศ ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้างต้น และนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา อุปสรรค และการเสริมศักยภาพที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานความมั่นคงต่อไป
สถาบันความมั่นคงศึกษา (สมศ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของ สมช. รอบไตรมาส 3 – 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
Written on
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดการประชุมส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของ สมช. รอบไตรมาส 3 - 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 อาคารสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ /หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็นประธานการประชุม และผู้แทนส่วนราชการภายในหน่วยงาน จำนวน 45 คน เข้าร่วมการประชุมฯ อาทิ กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) กองความมั่นคงภายในประเทศ (กภน.) และ กองความมั่นคงทางทะเล (กมท.) เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงผลการจัดทำแผนองค์กรคุณธรรม การรายงานผลการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะประกอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน และติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ประชุมฯ มีมติ ดังนี้ (1) เห็นชอบการรายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระบวนงาน “การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น กรณีตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับเชี่ยวชาญ” พร้อมทั้งให้ ศปท. นำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนดต่อไป (2) รับทราบผลการดำเนินการการประเมิน ITA ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการตอบแบบวัด OIT จำนวน 26 ข้อ โดยนำเข้าสู่ระบบ ITAS ของ สำนักงาน ป.ป.ช. แล้วเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และ การตอบแบบวัด IIT จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สมช. เข้าร่วมตอบแบบวัด จำนวน 97 คน ผ่านช่องทาง QR Code เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ในส่วนของแบบวัด EIT สำนักงาน ป.ป.ช. จะสามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้ในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 และ (3) รับทราบผลการจัดทำแผนองค์กรคุณธรรม ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยคาดว่าจะได้รับการประเมินในระดับองค์กรพัฒนาคุณธรรม ซึ่งกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะประกาศผลอย่างเป็นทางการในห้วงไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ ศปท. จะได้ประเมินผลการดำเนินการในภาพรวมของภารกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงการขับเคลื่อนงานป้องกันการทุจริตและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์และนโยบายที่เกี่ยวข้องยิ่งขึ้น
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฯ ณ ท้องสนามหลวง
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การประชุมส่วนราชการร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา สถาบันทางวิชาการ ในหัวข้อ “มุมมองทางวิชาการต่อประเด็นนโยบาย (Policy Agenda)” เพื่อจัดทำนโยบายด้านความมั่นคง ณ จังหวัดขอนแก่น
Written on
เมื่อวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง เป็นประธานการประชุมส่วนราชการร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาและสถาบันวิชาการ ในหัวข้อ “มุมมองทางวิชาการต่อประเด็นนโยบาย (Policy Agenda)” เพื่อจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕” ณ จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาควิชาการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและมุมมองเชิงวิชาการประกอบการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาควิชาการในการพัฒนานโยบายด้านความมั่นคงให้สอดคล้องกับบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นำเสนอสาระสำคัญของ (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ซึ่งกำหนดประเด็นนโยบายสำคัญ ๖ ด้าน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศและการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนรุ่นใหม่ การสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ การคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากผลกระทบของแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนการติดตามความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากภาควิชาการจะนำไปประมวลและใช้ประกอบการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ให้มีความรอบด้าน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศในอนาคต
สถาบันความมั่นคงศึกษา (สมศ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมฯ ได้รับทราบถึงสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว และย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เร่งดำเนินการระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ามีความปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ในขณะเดียวกัน ต้องเสริมศักยภาพให้กับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งเป็น ๒ ระยะ ได้แก่ ๑) ระยะเร่งด่วน อาทิ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทุกรูปแบบควบคู่กับการเข้มงวดการรักษาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องต่อกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง เปิดพื้นที่ของการกลับคืนสู่สังคมให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงอีกต่อไป และแสวงหาความร่วมมือจากมาเลเซีย เป็นต้น และ ๒) ระยะต่อไป มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหารากเหง้าเชิงโครงสร้างของพื้นที่ตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ และยึดถือเป้าหมายการดำเนินการตามจุดเน้นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๗๐ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นชอบไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกรอบแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เร่งยุติปัญหา ลดความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฯ ณ ท้องสนามหลวง
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ บริเวณลานด้านหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
Written on
วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ในการนี้ นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ เข้าร่วมพิธีฯ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ พุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายธีรภัทร จุนทการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์กับความมั่นคง
Written on
เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์กับความมั่นคง” ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีนายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับทิศทางความมั่นคงไซเบอร์และ AI ของไทย ทั้งนี้ การสัมมนาฯ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง เกี่ยวกับพัฒนาการของ AI ทิศทางการกำกับดูแลระดับสากล การประยุกต์ใช้ในกิจการทางทหาร ตลอดจนภูมิทัศน์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดลำดับความสำคัญเชิงนโยบาย และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการกำกับดูแล AI ในมิติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่อไป โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ วิทยากรจากภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว
กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ พลเอกสุพจน์ มาลานิยม หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุม พลเอก จิร วิชิตสงคราม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้รับทราบผลการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ อีกทั้ง รับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเด็นความมั่นคงตามกลุ่มภารกิจงาน โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มภารกิจความมั่นคงภายในประเทศ และภาวะวิกฤต ๒) กลุ่มภารกิจภูมิรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ ๓) กลุ่มภารกิจพิจารณาสถานการณ์และประเด็นที่มีความเร่งด่วน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาประเด็นความมั่นคงที่เสนอโดยคณะที่ปรึกษาฯ ตามกลุ่มภารกิจ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา และประเด็นความมั่นคงที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน อาทิอาชญากรรมข้ามชาติ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามและภัยพิบัติ และการต่างประเทศ ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้างต้น และนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา อุปสรรค และการเสริมศักยภาพที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานความมั่นคงต่อไป
สถาบันความมั่นคงศึกษา (สมศ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของ สมช. รอบไตรมาส 3 – 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
Written on
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดการประชุมส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของ สมช. รอบไตรมาส 3 - 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 อาคารสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ /หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็นประธานการประชุม และผู้แทนส่วนราชการภายในหน่วยงาน จำนวน 45 คน เข้าร่วมการประชุมฯ อาทิ กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) กองความมั่นคงภายในประเทศ (กภน.) และ กองความมั่นคงทางทะเล (กมท.) เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงผลการจัดทำแผนองค์กรคุณธรรม การรายงานผลการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะประกอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน และติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ประชุมฯ มีมติ ดังนี้ (1) เห็นชอบการรายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระบวนงาน “การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น กรณีตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับเชี่ยวชาญ” พร้อมทั้งให้ ศปท. นำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนดต่อไป (2) รับทราบผลการดำเนินการการประเมิน ITA ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการตอบแบบวัด OIT จำนวน 26 ข้อ โดยนำเข้าสู่ระบบ ITAS ของ สำนักงาน ป.ป.ช. แล้วเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และ การตอบแบบวัด IIT จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สมช. เข้าร่วมตอบแบบวัด จำนวน 97 คน ผ่านช่องทาง QR Code เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ในส่วนของแบบวัด EIT สำนักงาน ป.ป.ช. จะสามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้ในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 และ (3) รับทราบผลการจัดทำแผนองค์กรคุณธรรม ของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยคาดว่าจะได้รับการประเมินในระดับองค์กรพัฒนาคุณธรรม ซึ่งกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะประกาศผลอย่างเป็นทางการในห้วงไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ ศปท. จะได้ประเมินผลการดำเนินการในภาพรวมของภารกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงการขับเคลื่อนงานป้องกันการทุจริตและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์และนโยบายที่เกี่ยวข้องยิ่งขึ้น
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา สถาบันทางวิชาการ ในหัวข้อ “มุมมองทางวิชาการต่อประเด็นนโยบาย (Policy Agenda)” เพื่อจัดทำนโยบายด้านความมั่นคง ณ จังหวัดขอนแก่น
Written on
เมื่อวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง เป็นประธานการประชุมส่วนราชการร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาและสถาบันวิชาการ ในหัวข้อ “มุมมองทางวิชาการต่อประเด็นนโยบาย (Policy Agenda)” เพื่อจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕” ณ จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาควิชาการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและมุมมองเชิงวิชาการประกอบการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาควิชาการในการพัฒนานโยบายด้านความมั่นคงให้สอดคล้องกับบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นำเสนอสาระสำคัญของ (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ซึ่งกำหนดประเด็นนโยบายสำคัญ ๖ ด้าน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศและการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนรุ่นใหม่ การสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ การคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากผลกระทบของแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนการติดตามความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากภาควิชาการจะนำไปประมวลและใช้ประกอบการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ให้มีความรอบด้าน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศในอนาคต
สถาบันความมั่นคงศึกษา (สมศ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมฯ ได้รับทราบถึงสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว และย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เร่งดำเนินการระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ามีความปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ในขณะเดียวกัน ต้องเสริมศักยภาพให้กับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งเป็น ๒ ระยะ ได้แก่ ๑) ระยะเร่งด่วน อาทิ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทุกรูปแบบควบคู่กับการเข้มงวดการรักษาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องต่อกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง เปิดพื้นที่ของการกลับคืนสู่สังคมให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงอีกต่อไป และแสวงหาความร่วมมือจากมาเลเซีย เป็นต้น และ ๒) ระยะต่อไป มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหารากเหง้าเชิงโครงสร้างของพื้นที่ตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ และยึดถือเป้าหมายการดำเนินการตามจุดเน้นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๗๐ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นชอบไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกรอบแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เร่งยุติปัญหา ลดความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาและตรวจสภาพพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ จังหวัดสระแก้ว
Written on
เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมไปถึง การติดตามประเด็นการบริหารจัดการชายแดน อาทิ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจชายแดน และอาชญากรรมในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ได้เดินทางตรวจสภาพพื้นที่บริเวณชายแดน ณ บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับกองกำลังบูรพา โดยได้มีการติดตามประเด็นความมั่นคงด้านการทหาร การบริหารจัดการพื้นที่สถาปนาความมั่นคงบริเวณชายแดน โครงการรั้วชายแดน พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งได้แสดงถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และจิตวิญญาณในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดห้วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ อำเภอตาพระยา - อำเภอโคกสูง ระยะที่ ๑ ห้วง บ้านทัมทิมสยาม ๐๓ – บ้านทัพเสรี ด้วย
กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติแถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
Written on
กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา
Written on
๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงเเห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา • ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ๔. ประเด็นด้านมนุษยธรรม • ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด • ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง • ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention) ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต • เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างจริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม ๕. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต • เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมฯ • ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค ๖. ประเด็นเขตแดน • การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เเละสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับภูมิประเทศจริง และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย ๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
Written on
พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ และสวัสดิการที่จำเป็น อย่างเต็มความสามารถ เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ และเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางของราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะไปยังพี่น้องประชาชน มีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การปกป้องประเทศชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คือ ภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่ม หรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ ยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรม เป็นสำคัญ รัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด ท้ายที่สุดนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจ และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้โดยทั่วกัน
กองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน
Written on
ประเทศไทยต้องไปต่อ...อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน ? ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) และติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ได้ที่ 14thplan.nesdc.go.th ❛❛ ประเทศไทยในฝัน ร่วมผลักดันให้เป็นจริง❜❜ #แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์
แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี
Written on
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ลมช ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเสนอจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการกำหนดแนวทางมาตรการการลดใช้พลังงานให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการลดใช้พลังงานของ สมช. ต่อไป
กลุ่มงานบริหารพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะ (พอย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย
Written on
คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ
Written on
คณะทำงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
QR CODE แบบสอบถามความคิดเห็นและให้ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๗๐ – ๒๕๗๓)
Written on
หรือ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.oja.go.th
PROCUREMENRT NEWS AND JOB NEWS
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
KNOWLEDGE CENTER
ศูนย์ความรู้ สมช.
ศูนย์ความรู้ สมช.
![]()
















































![“Unmanned Maritime Systems….กับความท้าทายในมิติภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล”, [MarSec Focus ฉบับที่ 8/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/MarsecFocus-8-69-UMS-0e23ec1359dde0c2bf6191012952c0f3.jpg)
![“ทะเลแดง….กับทางเลือกในการแก้วิกฤติทางด้านพลังงาน”, [MarSec Focus ฉบับที่ 7/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec-7-69-292467dbd95ab98f7ba95583d6162a04.jpg)
![“ช่องแคบฮอร์มุซ….พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลในตะวันออกกลาง”, [MarSec Focus ฉบับที่ 6/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/MarsecFocus6-69-2d30c6aed2968ead69cd7ced5fa29a4f.jpg)
![“Maritime Security Governance…กับวิวัฒนาการของภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล”, [MarSec Focus ฉบับที่ 5/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec5-69-3b2e6edf59c9d12c199ad675ebecf664.jpg)
![“การแข่งขันของมหาอำนาจในอินโดแปซิฟิก…กับผลกระทบ ความท้าทาย และโอกาสของภูมิภาคและของไทย”, [MarSec Focus ฉบับที่ 4/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec469-7994e8c8d0f579266f3a3449739b20fe.jpg)














